กฎหมายกล้องวงจรปิด 2568-2569 ติดยังไงไม่ผิดกฎหมาย

PDPA กฎหมายกล้องวงจรปิด 2569

กำลังจะติดกล้องหน้าบ้าน แต่กลัวเพื่อนบ้านฟ้องเรื่อง “ละเมิดความเป็นส่วนตัว” อยู่ใช่ไหมหรืออาจสงสัยว่า กล้องวงจรปิดส่องถนน ที่ติดเอาไว้ป้องกันขโมย จะกลายเป็นปัญหากับเพื่อนบ้านหรือเปล่า

ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องคิดมาก ตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 การติดกล้องวงจรปิดในไทยมีกรอบกฎหมายชัดเจนกว่าเดิมมาก ทั้งบ้าน ร้านค้า สำนักงาน และพื้นที่สาธารณะ มีโทษทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง สูงสุดถึง 5 ล้านบาท ในบางกรณี

ที่ Okami ติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ลูกค้ามากว่า 20 ปี ในยุคหลัง PDPA เราพบว่าคำถามเรื่อง “กฎหมายกล้องวงจรปิด” เป็นคำถามอันดับ 1 ที่ลูกค้าถามก่อนเซ็นใบเสนอราคา บทความนี้รวบรวมทุกกฎหมายและแนวปฏิบัติของปี 2568–2569 ที่คุณต้องรู้ก่อนติดกล้อง ครอบคลุม PDPA, การติดกล้องหน้าบ้าน, ส่องถนน, ป้ายแจ้งเตือน, บทลงโทษ และ FAQ ที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด อ่านจบ ติดได้สบายใจไม่ต้องกลัวโดนฟ้อง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

กฎหมายกล้องวงจรปิดมีอะไรบ้าง (PDPA และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)

PDPA คืออะไร และเกี่ยวข้องกับกล้องวงจรปิดอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่ามีแค่ PDPA เท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับกล้องวงจรปิด ความจริงคือมีกฎหมายไทยอย่างน้อย 5 ฉบับ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในกรณีที่คุณติดกล้อง โดยแต่ละฉบับครอบคลุมประเด็นต่างกันไป

ลองมาดูภาพรวมก่อน แล้วค่อยเจาะลึกแต่ละข้อในหัวข้อถัดไป

ตารางสรุป กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ CCTV ในประเทศไทย

กฎหมาย

ปีบังคับใช้

ครอบคลุม

บทลงโทษสูงสุด

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

1 มิ.ย. 2565

การเก็บ/ใช้/เปิดเผยภาพบุคคล

ปรับ 5 ล้านบาท พร้อมจำคุก

ประมวลกฎหมายอาญา ม.397

บังคับใช้

ลามกอนาจาร/รังควานในที่รโหฐาน

จำคุก 1 เดือน พร้อม ปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่ง ม.420, 423

บังคับใช้

ละเมิด/หมิ่นประมาท

ค่าเสียหายตามจริง

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 2560

บังคับใช้

เผยแพร่ภาพในระบบคอมพิวเตอร์

จำคุก 5 ปี พร้อมปรับ 1 แสน

กฎหมายลิขสิทธิ์ (กรณีภาพมีสิทธิ์อื่น)

บังคับใช้

นำภาพไปใช้เชิงพาณิชย์

ค่าเสียหายตามจริง

เกร็ดจากทีม Okami กฎหมายไม่ได้ห้ามคุณติดกล้อง แต่ห้าม “ใช้ภาพในทางที่ผิด” เก็บไว้ดูเองภายในบ้านโอเค, เอาไปโพสต์ออนไลน์โดยไม่จำเป็น เท่ากับ เสี่ยงผิด PDPA กับ พ.ร.บ.คอมฯ ทันที

PDPA คืออะไร กฎหมายแม่บทของกล้องวงจรปิด

PDPA หรือ Personal Data Protection Act คือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่บังคับใช้เต็มรูปแบบเมื่อ 1 มิถุนายน 2565 หลักการคือ ภาพและเสียงของบุคคลที่ระบุตัวตนได้ ถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่กฎหมายคุ้มครอง

นั่นแปลว่า เมื่อกล้องวงจรปิดของคุณ “เก็บภาพคนอื่น” ไม่ว่าจะเป็นคนเดินผ่าน ลูกค้า พนักงาน หรือเพื่อนบ้าน คุณจะกลายเป็น Data Controller (ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล) ทันทีตามนิยามของ PDPA และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด เช่น แจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ เก็บภาพเท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ข้อยกเว้นสำคัญ มาตรา 4(1) ของ PDPA ระบุไว้ชัดว่า การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล “เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้น” (เช่น ติดกล้องในบ้านดูลูกหรือสัตว์เลี้ยง) ได้รับยกเว้นจาก PDPA แต่ทันทีที่กล้องของคุณส่องไปนอกพื้นที่ส่วนตัว (เช่น ถนนสาธารณะ) จะกลายเป็นเรื่องที่ PDPA เข้ามาเกี่ยวข้องทันที

กฎหมายของกล้องวงจรปิด 2568 vs 2569 ต่างกันไหม

ติดกล้องในร้านค้าออฟฟิศ ต้องทำอะไรบ้าง

นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัย กฎหมายกล้องวงจรปิด 2568 กับ กฎหมายกล้องวงจรปิด 2569 ต่างกันยังไง ต้องตามอ่าน update ใหม่ทุกปีไหม

คำตอบสั้น ๆ คือ “ตัวกฎหมายหลักไม่ได้เปลี่ยน” PDPA ยังเป็นฉบับเดิมที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2565 และยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญ แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ “แนวปฏิบัติ” จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และ “คำพิพากษาฎีกา” ที่ทยอยออกมาตีความรายละเอียด

ตารางเปรียบเทียบ พัฒนาการกฎหมายของกล้องวงจรปิด 2568–2569

ติดกล้องในหมู่บ้าน คอนโด ต้องขออนุญาตไหม

ประเด็น

2568 (2025)

2569 (2026)

ตัว พ.ร.บ. PDPA

ฉบับเดิม (พ.ศ. 2562)

ฉบับเดิม (พ.ศ. 2562)

แนวปฏิบัติ สคส.

คู่มือเริ่มชัดเจน

เพิ่มแนวปฏิบัติเรื่อง AI/Face Recognition

การบังคับใช้จริง

มีคดีนำร่อง

คดีและค่าปรับเริ่มถี่ขึ้น

ป้ายแจ้งเตือน

แนะนำ

จำเป็นชัดเจนจาก case law

ระยะเก็บภาพ

ตามวัตถุประสงค์

แนะนำ 30 วัน (ไม่เกิน 90 วัน)

Face Recognition

เริ่มมีคำแนะนำ

มีแนวปฏิบัติเฉพาะ (ต้อง consent)

กฎหมายสำหรับกล้องวงจรปิด ล่าสุด ที่ต้องจับตาในปี 2569 คือเรื่อง AI Recognition กล้องที่มี Face/License Plate Recognition ถูกจัดเป็น Sensitive Personal Data ที่ต้องได้รับ “ความยินยอมโดยชัดแจ้ง” ก่อนเก็บข้อมูล ไม่สามารถอ้าง legitimate interest ได้เหมือนกล้องธรรมดา

กฎหมายของกล้องวงจรปิดเริ่มเมื่อไหร่

ป้ายแจ้งกล้องวงจรปิด PDPA ต้องเขียนอะไร ติดที่ไหน

หลายคนถามว่า “กฎหมายที่ใช้กับกล้องวงจรปิดเริ่มเมื่อไหร่” คำตอบขึ้นกับฉบับที่อ้างถึง

  • PDPA (ตัวหลัก) ประกาศใช้ 27 พ.ค. 2562 แต่เลื่อนบังคับใช้เต็มรูปแบบมาที่ 1 มิ.ย. 2565
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปัจจุบันคือ พ.ศ. 2560
  • ประมวลกฎหมายอาญา/แพ่ง บังคับใช้มาตั้งแต่ดั้งเดิม (มีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นระยะ)

สรุปได้ว่า ถ้าคุณติดกล้องในปี 2568–2569 กรอบกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามคือ PDPA พร้อมกฎหมายรอง 4 ฉบับข้างต้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแบบ “ระเบิดเวลา” แต่ดูตัวอย่างคำตัดสินใหม่ ๆ และคำแนะนำจาก สคส. เป็นระยะจะช่วยให้ปลอดภัยขึ้น

ติดกล้องหน้าบ้านผิดกฎหมายไหม

นี่คือคำถามทอง กฎหมายกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน บอกอะไรบ้าง

ตอบตรง ๆ ครับ ไม่ผิด ถ้าทำตามเงื่อนไข การติดกล้องบริเวณบ้านของตัวเองเป็นสิทธิที่ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งเพื่อป้องกันโจรกรรม ดูบุตรหลาน ดูสัตว์เลี้ยง หรือบันทึกเหตุการณ์ในทรัพย์สินของตัวเอง แต่จะ “ผิดกฎหมายทันที” หากกล้องของคุณส่องเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่นโดยตั้งใจ

5 หลักเกณฑ์ กฎหมายกล้องวงจรปิดที่บ้าน

  1. มุมกล้องต้องอยู่ในเขตของตัวเอง ครอบคลุมรั้วบ้าน หน้าประตู โรงรถ ลานหน้าบ้าน รวมถึง “*ทางสาธารณะหน้าบ้านเล็กน้อย*” เพื่อบันทึกคนเข้า-ออก ได้ ไม่ผิด
  2. ห้ามส่องเข้าบ้านเพื่อนบ้านโดยตรง เช่น ห้องนอน หน้าต่าง บริเวณซักล้าง ลานหลังบ้านของเพื่อนบ้าน ผิดทั้ง PDPA, ประมวลกฎหมายอาญา ม.397 และอาจถูกฟ้องละเมิดทางแพ่ง
  3. ห้ามติดในห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แม้จะเป็นบ้านตัวเองก็ห้าม เพราะอาจมีแขกหรือผู้ช่วยงานบ้านที่ไม่ได้ยินยอม โทษถึงจำคุก
  4. ภาพและเสียงที่บันทึก ต้องไม่เผยแพร่โดยไม่จำเป็น แม้กล้องของคุณเอง คุณก็ไม่มีสิทธิเอาภาพคนเดินผ่านไปโพสต์ Facebook ประจาน เว้นแต่เป็นการแจ้งความ/ส่งหลักฐานให้ตำรวจ

ติดป้ายแจ้งเตือน แม้กฎหมายไม่ได้บังคับให้บ้านส่วนตัวต้องติดป้ายเสมอ แต่ “แนะนำอย่างยิ่ง” เพราะป้ายเป็นหลักฐานว่าคุณ “แจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ” ตาม PDPA ม.23 แล้ว ช่วยลดความเสี่ยงถูกฟ้องได้มาก

กรณีศึกษา ลูกค้าจริงของ Okami

เคสที่ 1 บ้านในซอย กล้องส่องประตูเพื่อนบ้าน ลูกค้าติดกล้อง bullet มุมแคบหน้ารั้ว ตั้งใจจับคนที่มาขโมยรองเท้า แต่มุมกล้องครอบถึงประตูบ้านฝั่งตรงข้าม เพื่อนบ้านเห็นเข้าจึงแจ้งความ แก้ปัญหาโดยเปลี่ยนกล้องเป็น Dome มุมแคบพร้อมปรับมุมลงให้จับเฉพาะหน้าบ้านตัวเองและติดป้าย CCTV เคสจบที่การคุยกันได้ไม่ต้องขึ้นศาล

เคสที่ 2 บ้านมุม กล้องจับถนนทั้งสาย ลูกค้าติดกล้องเพื่อช่วยตำรวจในซอย จับภาพรถที่ขับเร็วผ่านหน้าบ้าน เคสนี้ถูกฎหมายเพราะ (1) ติดในที่ของตัวเอง (2) ส่องที่สาธารณะ (3) ใช้ภาพเพื่อความปลอดภัยและส่งให้ตำรวจ ไม่ได้เผยแพร่ออนไลน์ กลุ่มลูกบ้านในซอยตอนหลังขอติดเพิ่มอีก 8 จุดเลย

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรเลือกกล้องแบบไหนติดที่บ้านให้ครอบคลุมและไม่ผิดกฎหมาย ลองอ่าน เลือกถูกตั้งแต่ต้นช่วยประหยัดเงินและประหยัดเรื่องราวกับเพื่อนบ้านได้มาก

กฎหมายกล้องวงจรปิดส่องถนน (การถ่ายภาพบุคคลอื่น)

กฎหมายกล้องวงจรปิด ส่องถนน เป็นพื้นที่สีเทาที่ต้องระวังที่สุด เพราะเป็นการเก็บภาพ “คนอื่น” ในพื้นที่สาธารณะแบบต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง

หลักการของ PDPA คือ “ความได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์” ถ้าคุณมีเหตุผลอันชอบธรรม (เช่น ป้องกันโจรกรรม) และจำเป็นต้องบันทึกถนนหน้าบ้าน คุณทำได้ตามฐาน “ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย” (Legitimate Interest) ตาม PDPA ม.24(5) แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ถูกถ่ายเกินสมควร

ทำได้ กับ ทำไม่ได้ กล้องส่องถนน

ทำได้

  • กล้องหน้าบ้านจับถนนทั้งสายเพื่อบันทึกการเข้า-ออก
  • กล้องร้านค้าจับ footpath หน้าร้านเพื่อดูลูกค้า
  • กล้องโรงงาน/อพาร์ตเมนต์จับลานจอดและทางเข้า
  • ส่งภาพให้ตำรวจเพื่อสืบคดี
  • เก็บข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ (เช่น “ป้องกันโจรกรรม”)

ทำไม่ได้

  • Zoom in ใบหน้าคนเฉพาะเจาะจงเพื่อสอดส่อง
  • จับภาพหรือเสียงผ่านหน้าต่างห้องนอนเพื่อนบ้าน
  • เก็บข้อมูลไว้ “ไว้เผื่อใช้ในอนาคต” โดยไม่มีจุดประสงค์ชัด
  • โพสต์ภาพคนแปลกหน้าใน Facebook กลุ่ม “แชร์โจร”
  • ขายภาพหรือเสียงให้บุคคลที่สาม
  • เก็บภาพเกินจำเป็น (>90 วัน โดยไม่มีเหตุผล)

ตารางเปรียบเทียบ จุดติดกล้องและความเสี่ยงทางกฎหมาย

จุดติดตั้ง

มุมกล้อง

ความเสี่ยง

คำแนะนำ

หน้าประตูบ้าน

ลงดิน 30°

ต่ำ

ปลอดภัย ติดป้าย CCTV

รั้วบ้านส่องถนน

แนวนอน

กลาง

ปลอดภัย ถ้าระบุวัตถุประสงค์

รั้วบ้านส่องบ้านข้าง

แนวนอน

สูง

เสี่ยงผิด ม.397 + PDPA

บนหลังคา ส่องลงซอย

ลงดิน 45°

กลาง

ปลอดภัย ถ้ามีป้าย + เหตุผล

ในบ้าน ผ่านหน้าต่าง

ออกนอกบ้าน

สูง

ต้องระวังมาก

ห้องครัว/ห้องนั่งเล่น

ในบ้าน

ต่ำ

ปลอดภัย (ใช้ส่วนตัว)

ห้องนอน/ห้องน้ำ

ผิดกฎหมาย

ห้าม 100%

กฎเหล็กที่ต้องจำไว้ ถ้าคุณ “ปรับมุมกล้องไม่ให้เห็นในจุดที่จำเป็นน้อยที่สุด” คุณจะปลอดภัยทางกฎหมายทันที ใช้ Privacy Mask ใน NVR บล็อกบริเวณบ้านเพื่อนบ้านโดยเฉพาะ ก็เป็นวิธีที่ Okami แนะนำลูกค้าทุกราย

หากต้องการกล้องที่มี Privacy Mask และฟีเจอร์ AI ที่ทันสมัย แนะนำสำรวจสินค้า กล้องวงจรปิด CCTV ทุกรุ่นหรือดูยี่ห้อหลักอย่าง Hikvision และ Dahua ที่รองรับการบล็อกมุมตามจุดได้ละเอียดถึง 4–8 zone ต่อกล้อง

ข้อควรปฏิบัติตาม PDPA (สำหรับเจ้าของกล้อง)

มาดูข้อปฏิบัติแบบ checklist สำหรับ “กฎหมายกล้องวงจรปิด pdpa” ที่ต้องทำให้ครบ ทั้งบ้านและธุรกิจ

7 ขั้นตอนทำตาม PDPA สำหรับเจ้าของกล้องวงจรปิด

  1. ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน เขียนเป็นเอกสารว่า “ติดกล้องเพื่ออะไร” เช่น “เพื่อป้องกันโจรกรรมและรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สิน” ห้ามใช้ภาพในวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุ
  2. อาศัยฐานทางกฎหมายที่ถูก สำหรับบ้าน/ร้านค้าทั่วไป ใช้ฐาน “ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย” (ม.24(5)) ส่วนการเก็บภาพพนักงานในที่ทำงาน ใช้ฐาน “สัญญา” (ม.24(3))
  3. แจ้งเจ้าของข้อมูล ติดป้าย CCTV ในจุดที่มองเห็นชัดก่อนเข้าพื้นที่ ระบุข้อมูลครบตาม ม.23 (ดูในหัวข้อถัดไป)
  4. เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น แนะนำเก็บ 30 วัน (ไม่เกิน 90 วัน) ถ้ามีคดีให้สำรองไว้แยก ไม่ใช่เก็บทั้งหมดต่อ
  5. มีมาตรการรักษาความปลอดภัย ตั้ง password NVR ไม่ใช้ default, จำกัดผู้เข้าถึง, log การเข้าใช้, encrypt ข้อมูลถ้าทำได้
  6. กำหนดสิทธิเจ้าของข้อมูล เตรียมตอบเมื่อมีคนมาขอ “สำเนาภาพของตัวเอง” (Access Right) หรือขอลบ (Erasure Right) ภายใน 30 วันตามกฎหมาย
  7. บันทึกรายการประมวลผล (ROPA) สำหรับธุรกิจที่มีพนักงาน ≥50 คน หรือมีการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ต้องทำ Record of Processing Activities

Template ข้อความบนป้าย CCTV ที่ถูกต้องตาม PDPA

ป้ายแจ้งเตือนที่สมบูรณ์ควรมีอย่างน้อย 4 ส่วน

พื้นที่นี้มีการบันทึกภาพและเสียงด้วยกล้องวงจรปิด

วัตถุประสงค์ : เพื่อป้องกันโจรกรรมและรักษาความปลอดภัย

ผู้ควบคุมข้อมูล : [ชื่อบ้าน/ร้าน/บริษัท]

ติดต่อใช้สิทธิ์ : [เบอร์โทร/อีเมล]

ระยะเก็บภาพ : 30 วัน

อยากให้ทีมงานช่วยตั้งค่า NVR ให้ปลอดภัย + ตั้ง Privacy Mask + ออกแบบป้าย PDPA ครบชุด? ดูแพ็กเกจ บริการรับติดตั้งกล้องวงจรปิด ที่รวมการเซ็ตอัพให้ถูกตามกฎหมายตั้งแต่วันแรก

ป้ายแจ้งเตือน CCTV ต้องติดยังไง

ป้ายแจ้งเตือนเป็นหัวใจของการ “แจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ” ตามมาตรา 23 ของ PDPA ถ้าไม่มีป้าย ฝั่งคุณเสี่ยงทันทีเพราะถือว่า “ไม่แจ้ง” และค่าปรับเริ่มที่ 1 ล้านบาท

Checklist ป้าย CCTV ตามมาตรฐาน PDPA

จุดติดป้ายที่ไหนถึงจะ "เพียงพอ"

ประเภทพื้นที่

จำนวนป้ายขั้นต่ำ

ตำแหน่ง

บ้านพักอาศัย

1 ป้าย

หน้าประตูทางเข้า/รั้ว

ร้านค้าขนาดเล็ก

2 ป้าย

หน้าประตู + ในร้าน

ร้านอาหาร/คาเฟ่

2–3 ป้าย

หน้าประตู + พื้นที่ทาน + ที่จอดรถ

สำนักงาน

3+ ป้าย

ทางเข้า + lobby + ทุก zone หลัก

โรงงาน/คลังสินค้า

5+ ป้าย

ทุกประตูเข้า + ทุกแผนกหลัก

ลานจอดรถสาธารณะ

ป้ายทุก 20 เมตร

ทางเข้า + จุด CCTV ทุกตัว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ติดป้ายแค่ “CCTV in operation” แล้วคิดว่าทำตามกฎหมายแล้ว ไม่พอ เพราะป้ายขาดข้อมูลตามมาตรา 23 ครบ 6 ข้อ ทำให้ถือว่า “แจ้งไม่ครบ” และอาจถูกปรับได้

บทลงโทษหากฝ่าฝืน

นี่คือเหตุผลที่หลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับการติดกล้องให้ถูกกฎหมาย โทษไม่ใช่แค่ “ปรับเล็กน้อย” แต่หนักจริง

ตารางบทลงโทษ กรณีฝ่าฝืน PDPA และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ความผิด

โทษทางปกครอง

โทษทางอาญา

โทษทางแพ่ง

ไม่แจ้งเจ้าของข้อมูล (ไม่ติดป้าย)

ปรับสูงสุด 1 ล้านบาท

ค่าเสียหายตามจริง

ใช้ข้อมูลนอกวัตถุประสงค์

ปรับสูงสุด 3 ล้านบาท

ค่าเสียหายตามจริง

เปิดเผยข้อมูลโดยไม่มีสิทธิ์

ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท

จำคุก 1 ปี + ปรับ 1 ล้าน

ค่าเสียหายเชิงลงโทษ x2

เก็บ Sensitive Data ผิดกฎ

ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท

จำคุก 1 ปี + ปรับ 1 ล้าน

ค่าเสียหายเชิงลงโทษ x2

ติดในห้องน้ำ/ส่วนตัว

จำคุก 1 ปี + ปรับ 2 หมื่น

ค่าเสียหายตามจริง

โพสต์ภาพประจานคนอื่นออนไลน์

ปรับ PDPA + พ.ร.บ.คอมฯ

จำคุกสูงสุด 5 ปี + ปรับ 1 แสน

หมิ่นประมาท + ค่าเสียหาย

กรณีศึกษาคำพิพากษาในไทย

คำพิพากษาในไทยช่วงปี 2566–2568 มีตัวอย่างคดีที่ผู้ติดกล้องวงจรปิดถูกฟ้องและแพ้คดีจากการ

  • ติดกล้องส่องเข้าหน้าต่างห้องนอนเพื่อนบ้าน ปรับเพิ่มค่าเสียหายทางแพ่ง
  • โพสต์คลิป CCTV ประจานลูกค้าใน Facebook หรือสื่อออนไลน์ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ม.16 + PDPA
  • ขายข้อมูล footage ให้บุคคลที่สาม ผิด PDPA ม.27, ม.79 ค่าปรับสูง

ข้อสังเกต คดีส่วนใหญ่ที่จบไม่ดีมาจาก “การใช้ภาพหลังบันทึก” มากกว่าการ “ติดกล้อง” เองแปลว่าถ้าคุณติดถูกที่พร้อมแจ้งให้ทราบและเก็บอย่างปลอดภัย โอกาสมีคดีน้อยมาก

หากกำลังจะติดกล้อง IP Camera ในธุรกิจที่มีพนักงานหรือลูกค้าจำนวนมาก แนะนำให้ทีม Okami ช่วยตรวจ compliance ตั้งแต่ขั้น survey หน้างาน เลือกอุปกรณ์ ตั้งค่า NVR ออกแบบป้าย ครบจบที่เดียวที่ okami.co.th มีรับประกัน 3 ปีและ after-sales หลังบริการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. กฎหมายกล้องวงจรปิดเริ่มเมื่อไหร่ในประเทศไทย

PDPA ที่เป็นกฎหมายแม่บทเรื่องกล้องวงจรปิด ประกาศใช้เมื่อ 27 พฤษภาคม 2562 แต่เลื่อนการบังคับใช้เต็มรูปแบบมาบังคับใช้จริงเมื่อ 1 มิถุนายน 2565 ส่วนกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (อาญา ม.397, แพ่ง ม.420, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 2560) บังคับใช้มาก่อนหน้านี้แล้ว ในปี 2568–2569 ไม่มีการแก้ไขสาระสำคัญของ PDPA แต่มีแนวปฏิบัติเพิ่มจาก สคส. เรื่อง AI Recognition และมีคำพิพากษาตีความเพิ่ม

ไม่ผิด ถ้าทำเพื่อ “ป้องกันโจรกรรมและรักษาความปลอดภัย” ในพื้นที่ของตัวเอง โดยอาศัยฐาน “ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย” ตาม PDPA ม.24(5) แต่ต้อง (1) ไม่ส่องเข้าบ้านเพื่อนบ้านโดยตรง (2) ติดป้ายแจ้งเตือน (3) เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 30–90 วัน (4) ไม่นำภาพไปเผยแพร่โดยไม่มีเหตุอันควร

ในทางเทคนิค บ้านส่วนตัวที่กล้องมุมจำกัดในเขตของตัวเองล้วน ๆ อาจได้รับยกเว้นจาก PDPA ตามมาตรา 4(1) แต่ทันทีที่กล้องส่องออกไปนอกบ้าน (เช่น ถนนหรือบ้านเพื่อนบ้าน) จะเข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม PDPA และต้องมีป้ายแจ้ง Okami แนะนำให้ “ติดป้ายไว้เสมอ” เพื่อความปลอดภัย เพราะป้ายเป็นหลักฐานสำคัญหากเกิดข้อพิพาท

PDPA ไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่ใช้หลัก “เท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์” แนวปฏิบัติของ สคส. และตัวอย่างคำพิพากษาแนะนำให้เก็บ 30 วัน สำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไป (ป้องกันโจรกรรม) และไม่ควรเกิน 90 วัน ยกเว้นมีเหตุพิเศษ เช่น คดีอยู่ระหว่างสอบสวน หากเก็บนานกว่าโดยไม่มีเหตุผล อาจถูกร้องเรียนเรื่อง “เก็บข้อมูลเกินจำเป็น

ฟ้องได้หลายทาง (1) ร้องเรียนสำนักงาน สคส. ตาม PDPA โทษทางปกครองสูงสุด 5 ล้านบาท (2) ฟ้องอาญา ม.397 ฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่รโหฐาน (3) ฟ้องแพ่งตาม ม.420 ฐานละเมิด ขั้นต้นแนะนำให้คุยกับเพื่อนบ้านก่อนเพื่อขอให้ปรับมุมหรือใช้ Privacy Mask หากไม่ยอม จึงดำเนินคดีตามขั้นตอน

ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม “แบบลายลักษณ์อักษร” ถ้าใช้ฐาน “ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน” หรือ “ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย” แต่ต้อง แจ้งให้ทราบ ผ่าน Privacy Notice ในสัญญาจ้างพร้อมติดป้าย CCTV ทั่วออฟฟิศ ห้ามติดในห้องน้ำ/ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า/ห้องพักผ่อนพนักงาน เด็ดขาด กรณีติดในห้องลับเพื่อ “จับผิดพนักงาน” อาจผิด PDPA พร้อม อาญา ม.397

ไม่ผิดถ้าใช้ถูก แต่ Face Recognition ถูกจัดเป็น “ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Personal Data)” ตาม PDPA ม.26 ต้องได้รับ “ความยินยอมโดยชัดแจ้ง” จากเจ้าของข้อมูล (เช่น พนักงาน) ก่อนเก็บข้อมูล ใช้ฐาน Legitimate Interest ไม่ได้แล้ว สำหรับธุรกิจที่จะใช้ Face Recognition แนะนำให้ปรึกษานักกฎหมายและทำ DPIA (Data Protection Impact Assessment) ก่อน

ในทางกฎหมาย ทำไม่ได้ แม้คุณเป็นผู้เสียหาย เพราะเป็นการ “เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล” ของคนในคลิป (แม้จะเป็นโจร) ผิด PDPA พร้อม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.14, 16 และอาจถูกฟ้องหมิ่นประมาทกลับ ทางที่ถูกคือ ส่งคลิปให้ตำรวจ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน หากจำเป็นต้องโพสต์เพื่อตามหา ควร เบลอใบหน้า และระบุชัดว่า “ตามหาตัวเพื่อสอบสวน” ไม่ใช่กล่าวหา

นิติบุคคลของคอนโด/หมู่บ้านเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูล” (Data Controller) ตามกฎหมาย ต้องปฏิบัติตาม PDPA ครบทุกข้อ มีนโยบาย Privacy Notice, มี Data Protection Officer (DPO) ถ้านิติบุคคลมีหน่วยขนาดใหญ่, ป้าย CCTV ติดทุก zone, มีระบบบริหารการเข้าถึงภาพ ลูกบ้านมีสิทธิ์ “ขอดูภาพของตัวเอง” ได้ตาม Access Right แต่ไม่มีสิทธิ์ขอดูภาพคนอื่น

ไม่จำเป็น สคส. และศาลจะพิจารณาตามเจตนา ระดับความเสียหาย และความพยายามแก้ไข หาก (1) ฝ่าฝืนโดยไม่ตั้งใจ (2) เป็นครั้งแรก (3) ยอมแก้ไขทันที (4) ไม่มีผู้เสียหายร้องเรียน โทษมักเป็น “ตักเตือน” หรือปรับขั้นต่ำ การปรับเต็มเพดาน (5 ล้านบาท) สงวนไว้สำหรับความผิดร้ายแรง เช่น ขายข้อมูล หรือใช้ในทางมิชอบอย่างจงใจ

สรุป

กฎหมายกล้องวงจรปิด 2568–2569 ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเหมือนที่ในกลุ่มเฟซบุ๊กมักบอกกัน หากเข้าใจ 5 หลักการพื้นฐาน

  1. PDPA คือกฎหมายแม่บท บังคับใช้เต็มตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2565 และยังเป็นฉบับเดิมในปี 2569
  2. ติดในเขตของตัวเอง ส่องที่สาธารณะเท่ากับไม่ผิด ถ้าระบุวัตถุประสงค์ชัดและแจ้งให้ทราบ
  3. ห้ามส่องบ้านเพื่อนบ้านโดยตรง ห้ามติดในห้องน้ำส่วนตัว เด็ดขาด
  4. ต้องติดป้าย CCTV ที่มีข้อมูลครบตาม ม.23 สัญลักษณ์ วัตถุประสงค์ ผู้ควบคุมข้อมูล ระยะเก็บ ช่องทางติดต่อ
  5. ใช้ภาพในวัตถุประสงค์ที่แจ้ง ห้ามโพสต์ออนไลน์โดยไม่จำเป็น โทษหนักทั้งทางแพ่ง อาญา และ PDPA

ถ้าทำ 5 ข้อนี้ครบ คุณติดกล้องได้สบายใจไม่ต้องกลัวเพื่อนบ้านฟ้อง และยังช่วยรักษาความปลอดภัยให้บ้าน-ธุรกิจของคุณได้เต็มประสิทธิภาพ

กฎหมายกล้องวงจรปิด 2568–2569 ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเหมือนที่ในกลุ่มเฟซบุ๊กมักบอกกัน หากเข้าใจ 5 หลักการพื้นฐาน

  1. PDPA คือกฎหมายแม่บท บังคับใช้เต็มตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2565 และยังเป็นฉบับเดิมในปี 2569
  2. ติดในเขตของตัวเอง ส่องที่สาธารณะเท่ากับไม่ผิด ถ้าระบุวัตถุประสงค์ชัดและแจ้งให้ทราบ
  3. ห้ามส่องบ้านเพื่อนบ้านโดยตรง ห้ามติดในห้องน้ำส่วนตัว เด็ดขาด
  4. ต้องติดป้าย CCTV ที่มีข้อมูลครบตาม ม.23 สัญลักษณ์ วัตถุประสงค์ ผู้ควบคุมข้อมูล ระยะเก็บ ช่องทางติดต่อ
  5. ใช้ภาพในวัตถุประสงค์ที่แจ้ง ห้ามโพสต์ออนไลน์โดยไม่จำเป็น โทษหนักทั้งทางแพ่ง อาญา และ PDPA

ถ้าทำ 5 ข้อนี้ครบ คุณติดกล้องได้สบายใจไม่ต้องกลัวเพื่อนบ้านฟ้อง และยังช่วยรักษาความปลอดภัยให้บ้าน-ธุรกิจของคุณได้เต็มประสิทธิภาพ

บทความอื่นๆ